หมอปุ๊นเจอคนไข้หลายคนที่เข้ามาถามถึง "ร้อยไหมโต้วอิน" โดยเข้าใจว่าเป็นไหมชนิดพิเศษหรือเทคนิคใหม่ที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำนี้เป็นคำเรียกที่เกิดขึ้นจากความนิยมในโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มโต้วอินหรือ Douyin ของจีน ซึ่งใช้อธิบายผลลัพธ์รูปหน้าที่เป็นที่นิยมในหมู่สาวจีน มากกว่าจะเป็นชื่อเรียกทางการแพทย์ของวัสดุหรือเทคนิคเฉพาะ
จุดสำคัญที่หมอปุ๊นอยากอธิบายให้ชัดเจนคือ ไหมที่ใช้ในการร้อยไหมทั่วโลกส่วนใหญ่ทำจากวัสดุที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น PDO, PLLA หรือ PCL สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ของการร้อยไหมแต่ละแบบแตกต่างกันไม่ใช่ชนิดวัสดุ แต่คือเทคนิคการวางไหม โดยเฉพาะ Vector หรือทิศทางที่ไหมถูกวางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
1.Vector ในการร้อยไหมประกอบด้วยอะไรบ้าง
โดยทั่วไป การออกแบบ Vector ของไหมแต่ละเส้นประกอบด้วยสององค์ประกอบหลัก คือทิศทางที่ไหมถูกดึงขึ้นไป และตำแหน่งที่ไหมถูกยึดหรือ Fixation ซึ่งเป็นจุดปลายทางที่แรงดึงของไหมไปสิ้นสุด การเลือกทิศทางและตำแหน่งยึดที่แตกต่างกัน จะให้ผลลัพธ์ด้านรูปทรงใบหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้จะใช้ไหมชนิดเดียวกันก็ตาม
2.ทำไมความนิยมรูปหน้าในแต่ละภูมิภาคถึงต่างกัน
หมอปุ๊นสังเกตว่าความนิยมด้านรูปหน้าในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ ในฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มคนจีน มักนิยมรูปหน้าทรงวี ที่มีลักษณะขมับเต็ม แนวกรามเรียว และไม่มีโหนกแก้มที่สูงเด่นชัด ในขณะที่ฝั่งยุโรปมักนิยมรูปหน้าทรงหัวใจ หรือรูปหน้าที่มีโหนกแก้มเล็กน้อยที่ชัดเจน มีแนวสันกรามที่มีมิติ และคางที่ไม่แหลมมากจนเกินไป
ความแตกต่างของรูปหน้าที่เป็นที่นิยมทั้งสองแบบนี้ ไม่ได้เกิดจากการใช้ไหมคนละชนิด แต่เกิดจากทิศทางการวางเส้นไหมที่ออกแบบมาต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามรูปหน้าที่ต้องการ
3.เทคนิคของร้อยไหมโต้วอินทำงานอย่างไร
สำหรับเทคนิคที่มักถูกเรียกว่าร้อยไหมโต้วอิน จุดเด่นคือการออกแบบ Vector ให้แรงดึงของไหมทั้งหมดมุ่งไปยังบริเวณด้านหลังแนวผม แทนที่จะดึงไปยังบริเวณโหนกแก้มหรือด้านข้างใบหน้าแบบทั่วไป การวางไหมในลักษณะนี้ช่วยให้บริเวณขมับดูเต็มขึ้น เนื่องจากเนื้อเยื่อถูกดึงขึ้นไปในทิศทางที่เติมเต็มร่องขมับ
อีกจุดที่น่าสนใจคือ เนื่องจากจุดยึดของไหมอยู่บริเวณหลังแนวผมซึ่งเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างซ่อนอยู่ จึงมักช่วยลดโอกาสเกิดลักษณะรอยรั้งที่มองเห็นได้บริเวณด้านหน้าใบหน้า ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจพบได้หากการออกแบบ Vector ไม่ได้กระจายแรงดึงอย่างเหมาะสม ตามที่หมอปุ๊นเคยอธิบายไว้ในบทความก่อนหน้านี้เรื่องความสำคัญของ Vector ที่มากกว่าจำนวนเส้นไหม
4.ร้อยไหมโต้วอินเหมาะกับทุกคนหรือไม่
จุดที่หมอปุ๊นอยากเน้นย้ำที่สุดคือ แม้เทคนิคนี้จะได้รับความนิยมในโซเชียลมีเดีย แต่ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกคน เนื่องจากการออกแบบ Vector ที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากโครงหน้าเดิมของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ไม่ใช่การเลือกเทคนิคตามกระแสความนิยมเพียงอย่างเดียว
ผู้ที่มีโครงหน้ากว้างในแนวขวางอาจได้รับประโยชน์จากเทคนิคนี้ในการปรับให้เส้นขอบหน้าดูเรียวขึ้น ในขณะที่ผู้ที่มีโครงหน้าแคบอยู่แล้ว หรือมีความต้องการเน้นความชัดเจนของโหนกแก้ม อาจไม่เหมาะกับการออกแบบ Vector แบบนี้ และอาจเหมาะกับทิศทางการวางไหมแบบอื่นมากกว่า
5.สิ่งที่ควรพูดคุยกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ก่อนตัดสินใจร้อยไหมตามเทคนิคใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแบบที่นิยมในฝั่งเอเชียหรือฝั่งยุโรป หมอปุ๊นแนะนำให้พูดคุยกับแพทย์อย่างละเอียดถึงเป้าหมายที่แท้จริงของตัวเอง ว่าต้องการเน้นบริเวณใดเป็นพิเศษ และควรได้รับการประเมินโครงหน้าอย่างตรงไปตรงมาว่าเทคนิคที่ต้องการนั้นเหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของตัวเองหรือไม่ มากกว่าจะเลือกทำตามชื่อเทคนิคที่กำลังเป็นกระแสเพียงอย่างเดียว
6.สรุปส่งท้าย
ร้อยไหมโต้วอินไม่ใช่วัสดุไหมชนิดพิเศษ แต่เป็นคำเรียกเทคนิคการออกแบบ Vector ที่มุ่งเน้นให้ได้รูปหน้าทรงวีที่เป็นที่นิยมในหมู่สาวจีน โดยอาศัยการวางแรงดึงไปยังบริเวณหลังแนวผมเพื่อเติมเต็มขมับและลดโอกาสเกิดรอยรั้งด้านหน้า ความแตกต่างระหว่างรูปหน้าที่เป็นที่นิยมในแต่ละภูมิภาคจึงสะท้อนให้เห็นว่า Vector สำคัญกว่าชนิดของไหมมากเพียงใด อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของเทคนิคนี้ขึ้นอยู่กับโครงหน้าของแต่ละบุคคล การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจจึงยังคงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเสมอ
