ประวัติและแนวทางการดูแลของแพทย์
พญ.ปุนญนันท์ บุญชญา หรือ หมอปุ๊น เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.54307 มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี การรักษาของคุณหมอเน้นการออกแบบแบบเฉพาะบุคคลและความปลอดภัยเป็นหลัก.

แพทย์ผู้ดูแลการรักษา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเลเซอร์ เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.54307
พญ.ปุนญนันท์ บุญชญา หรือ หมอปุ๊น เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี การรักษาของคุณหมอเน้นการออกแบบแบบเฉพาะบุคคลและความปลอดภัยเป็นหลัก.
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์
ดูแลการประเมินและออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ว.54307
ประสบการณ์ดูแลเคสมากกว่า 20,000 เคส
มีประสบการณ์ดูแลเคสความงามหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง
แนวทางการรักษาเฉพาะบุคคลแบบ Case by Case
วางแผนตามปัญหาผิว รูปหน้า เป้าหมาย และงบประมาณของแต่ละคน

พญ.ปุนญนันท์ บุญชญา หรือ หมอปุ๊น เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.54307 มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี การรักษาของคุณหมอเน้นการออกแบบแบบเฉพาะบุคคลและความปลอดภัยเป็นหลัก.
สรุปใบรับรองและการอบรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและแนวทางการรักษาของแพทย์ท่านนี้














มุมปากตกทำให้ใบหน้าดูเศร้าและเหนื่อยล้าโดยไม่ตั้งใจ หลายคนจึงถามหมอปุ๊นว่า "ร้อยไหมช่วยยกมุมปากได้จริงไหม" คำตอบคือได้ค่ะ แต่ผลลัพธ์และเทคนิคที่ใช้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของมุมปากตกในแต่ละคน
การร้อยไหมและฟิลเลอร์ทำงานเสริมกัน โดยไหมช่วยยกโครงสร้างที่หย่อนคล้อย ส่วนฟิลเลอร์เติมปริมาตรที่สูญเสียไป การวางแผนต้องอาศัยความเข้าใจกายวิภาคเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์เติมปริมาตรที่สูญเสียไป ส่วนร้อยไหมดึงกระชับโครงสร้างที่หย่อนคล้อย การเลือกควรอิงสาเหตุหลักของแต่ละบุคคล
ร่องแก้มเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูก ไขมัน เอ็นยึด ระบบ SMAS กล้ามเนื้อ และผิวหนังร่วมกัน ไม่ใช่สาเหตุเดียว การรักษามีหลักการหลักคือเติมด้วยฟิลเลอร์เพื่อทดแทนปริมาตร และยกด้วยร้อยไหมเพื่อยกเนื้อแก้ม โดย HA Filler ให้ผลทันทีแต่อยู่ได้ 8-18 เดือน ส่วน Non-HA Filler/Biostimulator กระตุ้นคอลลาเจนให้ผลค่อยเป็นค่อยไปแต่นานกว่า เครื่องยกกระชับอย่าง Emface ช่วยเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อ Zygomaticus ในรายที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
งานวิจัยในผู้ป่วยไทย 27 คนที่ตีพิมพ์ใน Dermatology and Therapy (2021) พบว่าการร้อยไหมละลายชนิดมีเงี่ยงตามแนวกรามช่วยยกกระชับใบหน้าส่วนล่างได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเฉพาะบริเวณเหนียง (Submental Area) แนวกราม และร่องแก้ม เห็นผลตั้งแต่สัปดาห์แรก โดยไหมยาว 23 ซม. ให้ผลดีกว่าไหมสั้น 12 ซม. เล็กน้อย ผลข้างเคียงทั้งหมดไม่รุนแรง แต่ผลลัพธ์จะเริ่มลดลงเมื่อไหมสลายตั้งแต่เดือนที่ 6 เป็นต้นไป
หลายคนเข้าใจว่าการร้อยไหมสามารถยกกระชับใบหน้าได้กับทุกคนเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผลลัพธ์ของการร้อยไหมขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสองกลุ่มที่ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดเป็นพิเศษก่อนตัดสินใจ คือผู้ที่มีไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat) ในปริมาณมาก ซึ่งอาจทำให้แรงดึงของไหมไม่สามารถยกกระชับได้เต็มที่เท่าที่คาดหวัง และผู้ที่มีโหนกแก้มสูงอยู่แล้ว ซึ่งการร้อยไหมแบบทั่วไปอาจทำให้โหนกแก้มดูใหญ่ขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากกลไกการร้อยไหมส่วนหนึ่งคือการย้ายตำแหน่งไขมันจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมโครงหน้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่แพทย์ต้องประเมินก่อนวางแผนร้อยไหม และทำไมบางเคสจึงต้องใช้จำนวนเส้นไหมและจำนวน Vector ที่มากกว่าปกติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่กระชับขึ้นโดยไม่ทำให้โครงหน้าดูผิดสัดส่วน
โปรแกรม PicoSure เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเลเซอร์กลุ่ม Picosecond ที่ใช้ความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร ซึ่งมีความจำเพาะต่อเม็ดสีในผิวหนัง จึงมักถูกนำมาใช้ดูแลปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับเม็ดสีและพื้นผิวผิว เช่น รอยหมองคล้ำจากแดด ฝ้า กระ รอยแดง รูขุมขนกว้าง หลุมสิว ริ้วรอยเล็กน้อย และรอยสัก ด้วยกลไกการปล่อยพลังงานแบบพัลส์สั้นระดับพิโควินาที เลเซอร์ชนิดนี้สามารถสลายเม็ดสีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้โดยใช้พลังงานที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเลเซอร์บางชนิด ทำให้โดยทั่วไปมีการระคายเคืองผิวน้อยกว่าเลเซอร์ที่ทำให้เกิดบาดแผลลึก ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักเป็นเพียงรอยแดงเล็กน้อยที่หายได้เองภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และความเหมาะสมของหัตถการนี้ยังขึ้นอยู่กับปัญหาผิวเฉพาะบุคคล และควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนตัดสินใจทำเสมอ
โปรแกรม Lorient Filler เป็นฟิลเลอร์ HA จากเกาหลีใต้ที่ถูกพัฒนาให้มีเนื้อสัมผัสละเอียดและยืดหยุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มริ้วรอยหรือปรับรูปหน้าแบบเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่กังวลเรื่องอาการบวมช้ำ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการประเมินและฝีมือของแพทย์ผู้ฉีดเป็นหลัก ไม่ใช่ชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว ผู้ที่สนใจควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
หลายคนเข้าใจว่าคุณค่าหลักของการร้อยไหมคือ "แรงดึงยก" ที่จะทำให้เนื้อเยื่อกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมและคงอยู่ได้นาน แต่งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบที่ตีพิมพ์ในวารสาร Plastic and Reconstructive Surgery ปี 2018 ซึ่งรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับการร้อยไหมแบบปิด (closed thread-lift) กลับพบข้อมูลที่น่าสนใจและตรงไปตรงมาว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนว่าแรงดึงยกจากไหมอยู่ได้นานยังมีค่อนข้างจำกัด งานวิจัยส่วนใหญ่ที่ถูกรวบรวมพบว่าผลของการยกกระชับมักจางลงภายในไม่กี่เดือนถึงหนึ่งปี และมีเพียงสองการศึกษาเท่านั้นที่รายงานผลบวกชัดเจน ซึ่งทั้งสองได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตไหม อย่างไรก็ตาม ในงานวิจัยเดียวกันนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า การปรับปรุงของพื้นผิวผิวหรือ texture มักได้รับการประเมินในทางบวกมากกว่าและสม่ำเสมอกว่าผลด้านการยกกระชับ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจข้อมูลนี้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้ที่สนใจร้อยไหมมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผลก่อนตัดสินใจ
คำถามที่หมอปุ๊นได้ยินบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการร้อยไหมไม่ใช่แค่ "ร้อยไหมดีไหม" แต่มักเป็น "ร้อยไหมกับหัตถการอื่นต่างกันอย่างไร" และ "ควรทำคู่กันหรือทำก่อนหลังกันอย่างไร" เนื่องจากหัตถการยกกระชับใบหน้าในปัจจุบันมีหลายกลุ่มที่ทำงานผ่านกลไกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งกลุ่มพลังงานความร้อนหรือคลื่นเสียงที่เน้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ อย่าง Ulthera, Thermage, HIFU และ Endolift กลุ่มสารฉีดเติมปริมาตรอย่างฟิลเลอร์ และกลุ่มที่เน้นกล้ามเนื้ออย่างเครื่อง EMFACE หรือโบทูลินั่มท็อกซิน การเข้าใจว่าแต่ละกลุ่มทำงานต่างกันอย่างไร จะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรเลือกวิธีใด ทำคู่กันได้หรือไม่ และควรเว้นระยะเวลาอย่างไรเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด บทความนี้จะไล่เปรียบเทียบทีละคู่อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจมีข้อมูลรอบด้านก่อนปรึกษาแพทย์
"ร้อยไหมโต้วอิน" เป็นคำที่ใช้เรียกกันทั่วไปในโซเชียลมีเดีย เพื่ออธิบายการร้อยไหมที่ออกแบบมาให้ได้รูปหน้าที่เป็นที่นิยมในหมู่สาวจีน คือรูปหน้าทรงวี ขมับเต็ม และไม่มีโหนกแก้มที่สูงเด่นชัด แม้คำนี้จะฟังดูเหมือนเป็นเทคนิคหรือวัสดุไหมชนิดพิเศษ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไหมที่ใช้ทั่วโลกส่วนใหญ่ทำจากวัสดุใกล้เคียงกัน สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไม่ใช่ชนิดไหม แต่คือการออกแบบ Vector หรือทิศทางและตำแหน่งจุดยึดของไหม ซึ่งสะท้อนความนิยมด้านรูปหน้าที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค บทความนี้จะอธิบายว่าร้อยไหมโต้วอินคืออะไรในเชิงเทคนิค ต่างจากการร้อยไหมแบบยุโรปอย่างไร และทำไมความเหมาะสมของเทคนิคนี้จึงขึ้นอยู่กับโครงหน้าของแต่ละบุคคลมากกว่ากระแสความนิยม